Skip to main content

“ทางเดินนอกกะลา”

ออก จาก ขอบ ที่ คุม ขัง
เมื่อยังเด็กกายคือเป้าหมาย  โตขึ้นมาค้นหา ใจและสมอง  ยามชรา ควรแสวงหา จิตวิญญาณ
ใครที่ได้มาโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาจะได้เห็นทางเดินเส้นหนึ่งที่อยู่ระหว่างอาคารประถมกับอาคารอนุบาล เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ขอนไม้ ตอไม้. บ่อน้ำ แต่ทว่าร่มรื่นและสงบ. นัย-การเดินบนเส้นทางนี้ต้องระมัดระวัง ต้องอดทนต่อความไม่ราบรื่น ต้องใจเย็น เหนืออื่นใดต้องอาศัยการรู้ตัวหรือต้องมีสติ
ชีวิตจริง การเดินอยู่บนเส้นทางนอกวิถีคนส่วนใหญ่นั้นต้องก้มหน้าก้มตาทำ จึงต้องมีความกล้าและอดทนอย่างมากโดยเฉพาะอดทนต่อสิ่งที่เหลือทน นั่นเลยมีคนทำน้อยนิด โรงเรียนที่แท้ ควรให้การศึกษาเป็นไปเพื่อปลดปล่อยผู้คนให้เป็นอิสระ ทั้งอิสระจากความไม่รู้และอิสระจากสิ่งครอบทั้งมวล
"ทางเดินนอกกะลา" สีน้ำมันบนแคนวาส 60x80 cm.
สมบัติของ เภสัชกรสุวิทย์ ชูวิริยะกุล ผู้บริจาค 50,000.-

เริ่ม ด้วยการทลายกำแพงแห่งการครอบทีละชั้น การไม่มีสัญญาณระฆังเพื่อให้วินัยสร้างจากข้างในจากการรู้ตัวจากการกำกับตัวเอง ไม่มีการสอบ เพราะเชื่อในองรวมของคนสามารถดูความก้าวหน้าจากการปฎิบัติและชิ้นงานภาระงานที่เกิดขึ้นได้ ให้การประเมินเป็นเพื่อพัฒนาผู้เรียนไม่ใช่เพื่อตัดสิน. ไม่มีแบบเรียนแต่เชื่อในกระบวนการเรียนรู้สร้างอุปนิสัยในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ให้ความสำคัญกับทักษะมากกว่าความรู้ ไม่มีอบรมหน้าเสาธง ไม่มีการบังคับทรงผม สิ่งเหล่านี้ต้องบ่มเพาะไม่ใช่สั่งสอน และ ยังมีกำแพงอีกหลายชั้นที่ค่อยๆทลายลง ด้วยความกล้าหาญ
หลาย 100 โรงเรียน ร่วมเดินทางแนวนี้ สร้างและเชื่อในการเรียนรู้ของมนุษย์ เคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้เรียน ใช้จิตศึกษาเพื่อบ่มเพาะปัญญาภายในให้กับผู้เรียน. ใช้การบูรณาการการเรียนรู้ด้วยPBL เพื่อสร้างทักษะใหม่ใหม่ให้กับผู้เรียน และ สร้างการเรียนรู้ของครู อย่างมืออาชีพด้วย PLC

การเลิกล้มนั้นง่ายกว่าการอดทนพยายามที่จะเดินไปสุดทาง แต่ผมพบว่ามี ผอ. และครู จำนวนมาก Awake แล้ว เกิดสัมมาทิฐิทางการศึกษาแล้ว คนเหล่านี้ไม่ยอมกลับไปเป็นแบบเดิมแน่นอน

18 ปี มาแล้วที่ผมออกเดินทางบนเส้นทางนอกกะลา ผมเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ และ ไม่มีอะไรที่จะคงอยู่ยั่งยืน แต่การพบสัจจะเหล่านี้ช่างวิเศษเหลือเกิน ต่อเมื่อข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งนั่นแหละจึงจะรู้ว่ามันวิเศษแค่ไหน

ผมตระหนักรู้ว่าผมต้องตายแน่ๆ แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะผมรู้แน่ชัดเช่นกับว่าจักรวาลได้มอบพลังงานให้ได้ทำในสิ่งที่มีความหมาย. วันนี้ผมจึงอยากวาด ทางเดินนอกกะลา คืออารมณ์ที่ปีติสุข ที่ได้ก้าวพ้น ขอบแห่งการขัง
สีน้ำมันบนแคนวาส 60x80cm กับสามวันที่เคี่ยวกรำตัวเองให้อยู่ รู้อยู่กับแคนวาสที่ว่างเปล่าจนกลายเป็น “ทางเดินนอกกะลา” อย่างที่เห็น ความอดทนสามวัน นั่นยังน้อยไปเมื่อเทียบกับ 18 ปีที่ผมเดินอยู่บนเส้นทางนี้



วิเชียร ไชยบัง

Comments

Popular posts from this blog

ความจริงเสมือน พรากความงาม ไปจากชีวิต

วิเชียร ไชยบัง             ผมกลัวการวาดรูปมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม ประหม่าที่จะแต้มสี ลงไปบนรูป. ซึ่งเด็กในโรงเรียนส่วนหนึ่งประเทศเราคงมีประสบการณ์คล้ายผม ชั่วโมงศิลปะมีอย่างน้อยนิดในหลักสูตร และ ด้วยความอัตคัดของโรงเรียนบ้านนอกครูมักจะวาดรูปไว้บนกระดานดำแล้วให้พวกเราลอกตาม ผมจำภาพอันตราตรึงนั้นได้เสมอตราบจบวันนี้หรืออาจทั้งชั่วชีวิตนี้ ภาพใหญ่บนกระดานดำ วาดด้วยชอร์กเป็นภาพทิวทัศน์ ที่มีภูเขาสองลูก มีแม่น้ำแหกลงมาจากกลางภูเขา เหนือภูเขาสองลูกก็มีดวงอาทิตย์แดงฉานส่องแสงจ้าสาดรังสีเป็นเส้น ข้างลำน้ำเป็นกระท่อม ที่มีลอมฟาง และมีต้นมะพร้าวสองต้นที่มีลูกเป็นพวง เราต้องว่าตามนั้นให้ทันในชั่วโมง ครูยังเร่งให้เราใครเสร็จก่อนไปตรวจก่อน ผมมักได้คะแนน 6 เต็ม10 กอปรกับความเชื่อของพ่อแม่ที่ว่า งานวาดรูปเป็นงานของพวกศิลปิน เป็นพวกที่เรียนวิทย์เรียนคำนวณไม่เก่ง เป็นงานที่ไม่ได้อยู่ในกระแสความต้องการของพ่อแม่ จนมีคำพูดติดปากว่าพวกศิลปินไส้แห้ง วิเชียร  ไชยบัง   ภาพจากเว็บ The Cloud  https://readthecloud.co/  ...

"O-net กับ ต้นสักทองที่ปลายนา"

O-net กับ ต้นสักทองที่ปลายนา ผมวาดภาพนี้ เพราะชายวัยทึนทึกคนหนึ่ง เขาเคยเรียนจบชั้นมัธยมต้น ร่างกายโตพอที่จะบากหน้าเข้ากรุงเพื่อหางานทำ ออกแรง ขายแรง อยู่หลายปีจนอ่อนแรง ยกธงยอมแพ้แล้วกลับบ้านนอก เดินย่ำอยู่บนที่ดินบรรพบุรุษเพื่อชั่งใจตั้งหลายตลบ กว่าจะปักใจเด็ดเดี่ยวที่จะเป็นผู้เลือกลิขิตชีวิตตนเองด้วยมือและแผ่นหลัง ทั้งน้อมฝากความฝันและความหวัง ไว้กับฟ้าฝน การได้กรำงานนาอันหนักอีกหลายปี ยิ่งทำให้หัวใจและกาย กร้านแกร่ง แต่ไม่วายจะพ้นมือคนซึ่งปรารถนาที่เป็นผู้ปกครอง ผู้คอยหว่านเมล็ดฝัน และโปรยยาหอมไว้บนพื้นดิน วันหนึ่ง คนซึ่งปรารถนาจะเป็นผู้ปกครองก็มีสัญญา ว่าไม้สักทอง เป็นความหวังใหม่บนแผ่นดินอีสาน จะนำพาให้หลุดพ้นจากความจนยาก ...รอ จนแล้วจน จนเล่า 20 ปีผ่านไป แรงกายก็ถดถอย สายตาก็ทื่อทึม ต้นสักที่ปลายนาสูงขึ้น แต่ยังโตไม่ได้ที่ด้วยที่มันโดนดินร้อนแรงปีแล้วปีเล่ากลั่นแกล้งจนดูเป็นไม้แคระแกร็น พวกมันจึงถูกทิ้งร้างให้หลงลืม จากผู้ ปรารถนาที่จะเป็นผู้ปกครอง ชุดใหม่ เมื่อสิ้นหน้านาปีนี้ ไฟจึงถูกจุด เผาความรกเรื้อให้เตียนโล่ง เขาเผาความฝันอันเลือนลางให้เห็นควา...

"ฝุ่นผงคือดวงดาว"

ฝุ่นผงคือดวงดาว ค่ำคืนในชนบทนั้นมืดมิด ..จึงสมควรได้รับแสงดาวแสงเดือนไว้ปลอบขวัญ เห่กล่อมด้วยบทเพลงอันเงียบงัน ..ฝากไว้เป็นของขวัญในอนันตกาล ห่มความงามแห่งความว่าง..พึงพบฝุ่นผงคือดวงดาว ส่วนกายเราเป็นเพียงอณูธาตุ ฝุ่นผงคือดวงดาว สีน้ำมันบนแคนวาส 60x80 cm. สมบัติของ คุณ Xye ผู้บริจาค 50,000.- ฝุ่นผงคือดวงดาว สีน้ำมันบนแคนวาส 60x80 cm. วิเชียร ไชยบัง