Skip to main content

“แด่นักสู้”


ไก่ชน เสมือนผู้ป่าวประกาศถึงการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
เป็นชีวิตที่มีสีสัน สว่างไสว
ได้ออกไปเผชิญโลกอย่างหาญกล้า ด้วยลำแข้งของตนเอง
ได้เผชิญหน้ากับความเสี่ยงที่ประเดประดังเข้ามาอย่างอดทน
ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่อย่างไม่เหน็ดหน่าย
และตระหนักรู้ถึงความเข้มแข็งของตนเองกว่าสถานการณ์ที่เผชิญอยู่
สามารถเยียวยาตัวเองได้อย่างเนืองนิตย์
เพื่อไม่ให้ความล้มเหลวทำให้ชีวิตต้องล้มเหลว
....นี่จึงเรียกขานการใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวา...

"แด่นักสู้" สีน้ำมันบนแคนวาส 40x50 cm. 
สมบัติของ อนุชา กอนพ่วง ผู้บริจาค 10,000.-



 







"แด่นักสู้" สีน้ำมันบนแคนวาส 40x50 cm.
สมบัติของ James Clark & Chanpen Clark ผู้บริจาค
สีน้ำมันบนแคนวาส 40x50cm.
สมบัติของ สมเดช อ่างศิลา ผู้บริจาค

"แด่นักสู้" สีน้ำมันบนแคนวาส 60x80 cm.
สมบัติของ เภสัชกรสุวิทย์ ชูวิริยะกุล ผู้บริจาค 100,000.-


วิเชียร ไชยบัง

Comments

Popular posts from this blog

ความจริงเสมือน พรากความงาม ไปจากชีวิต

วิเชียร ไชยบัง             ผมกลัวการวาดรูปมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม ประหม่าที่จะแต้มสี ลงไปบนรูป. ซึ่งเด็กในโรงเรียนส่วนหนึ่งประเทศเราคงมีประสบการณ์คล้ายผม ชั่วโมงศิลปะมีอย่างน้อยนิดในหลักสูตร และ ด้วยความอัตคัดของโรงเรียนบ้านนอกครูมักจะวาดรูปไว้บนกระดานดำแล้วให้พวกเราลอกตาม ผมจำภาพอันตราตรึงนั้นได้เสมอตราบจบวันนี้หรืออาจทั้งชั่วชีวิตนี้ ภาพใหญ่บนกระดานดำ วาดด้วยชอร์กเป็นภาพทิวทัศน์ ที่มีภูเขาสองลูก มีแม่น้ำแหกลงมาจากกลางภูเขา เหนือภูเขาสองลูกก็มีดวงอาทิตย์แดงฉานส่องแสงจ้าสาดรังสีเป็นเส้น ข้างลำน้ำเป็นกระท่อม ที่มีลอมฟาง และมีต้นมะพร้าวสองต้นที่มีลูกเป็นพวง เราต้องว่าตามนั้นให้ทันในชั่วโมง ครูยังเร่งให้เราใครเสร็จก่อนไปตรวจก่อน ผมมักได้คะแนน 6 เต็ม10 กอปรกับความเชื่อของพ่อแม่ที่ว่า งานวาดรูปเป็นงานของพวกศิลปิน เป็นพวกที่เรียนวิทย์เรียนคำนวณไม่เก่ง เป็นงานที่ไม่ได้อยู่ในกระแสความต้องการของพ่อแม่ จนมีคำพูดติดปากว่าพวกศิลปินไส้แห้ง วิเชียร  ไชยบัง   ภาพจากเว็บ The Cloud  https://readthecloud.co/  ...

"O-net กับ ต้นสักทองที่ปลายนา"

O-net กับ ต้นสักทองที่ปลายนา ผมวาดภาพนี้ เพราะชายวัยทึนทึกคนหนึ่ง เขาเคยเรียนจบชั้นมัธยมต้น ร่างกายโตพอที่จะบากหน้าเข้ากรุงเพื่อหางานทำ ออกแรง ขายแรง อยู่หลายปีจนอ่อนแรง ยกธงยอมแพ้แล้วกลับบ้านนอก เดินย่ำอยู่บนที่ดินบรรพบุรุษเพื่อชั่งใจตั้งหลายตลบ กว่าจะปักใจเด็ดเดี่ยวที่จะเป็นผู้เลือกลิขิตชีวิตตนเองด้วยมือและแผ่นหลัง ทั้งน้อมฝากความฝันและความหวัง ไว้กับฟ้าฝน การได้กรำงานนาอันหนักอีกหลายปี ยิ่งทำให้หัวใจและกาย กร้านแกร่ง แต่ไม่วายจะพ้นมือคนซึ่งปรารถนาที่เป็นผู้ปกครอง ผู้คอยหว่านเมล็ดฝัน และโปรยยาหอมไว้บนพื้นดิน วันหนึ่ง คนซึ่งปรารถนาจะเป็นผู้ปกครองก็มีสัญญา ว่าไม้สักทอง เป็นความหวังใหม่บนแผ่นดินอีสาน จะนำพาให้หลุดพ้นจากความจนยาก ...รอ จนแล้วจน จนเล่า 20 ปีผ่านไป แรงกายก็ถดถอย สายตาก็ทื่อทึม ต้นสักที่ปลายนาสูงขึ้น แต่ยังโตไม่ได้ที่ด้วยที่มันโดนดินร้อนแรงปีแล้วปีเล่ากลั่นแกล้งจนดูเป็นไม้แคระแกร็น พวกมันจึงถูกทิ้งร้างให้หลงลืม จากผู้ ปรารถนาที่จะเป็นผู้ปกครอง ชุดใหม่ เมื่อสิ้นหน้านาปีนี้ ไฟจึงถูกจุด เผาความรกเรื้อให้เตียนโล่ง เขาเผาความฝันอันเลือนลางให้เห็นควา...

"ฝุ่นผงคือดวงดาว"

ฝุ่นผงคือดวงดาว ค่ำคืนในชนบทนั้นมืดมิด ..จึงสมควรได้รับแสงดาวแสงเดือนไว้ปลอบขวัญ เห่กล่อมด้วยบทเพลงอันเงียบงัน ..ฝากไว้เป็นของขวัญในอนันตกาล ห่มความงามแห่งความว่าง..พึงพบฝุ่นผงคือดวงดาว ส่วนกายเราเป็นเพียงอณูธาตุ ฝุ่นผงคือดวงดาว สีน้ำมันบนแคนวาส 60x80 cm. สมบัติของ คุณ Xye ผู้บริจาค 50,000.- ฝุ่นผงคือดวงดาว สีน้ำมันบนแคนวาส 60x80 cm. วิเชียร ไชยบัง